loading
ส่อง ทิศทาง อสังหาฯ ไตรมาสสุดท้าย
: 20 พฤศจิกายน 2563 | :

ตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นปกติช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปีถือเป็น Golden Time ของการซื้ออสังหาฯ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะช่วงชิงลูกค้าด้วยการกระหน่ำโปรโมชั่นอย่างร้อน แรง และแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีปัจจัยลบที่หนักหนาเป็นพิเศษจากโควิด-19

 

นายอนุกูล  รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (www.plus.co.th) วิเคราะห์ว่า แม้ ปีนี้โลกจะเผชิญกับวิกฤตที่ไม่คาดฝันและผ่านไปอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี ในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นปกติช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปีถือเป็น Golden Time ของ การซื้ออสังหาฯ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะช่วงชิงลูกค้าด้วยการกระหน่ำโปรโมชั่นอย่างร้อน แรง และแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีปัจจัยลบที่หนักหนาเป็นพิเศษจากโควิด-19 ทำให้ปีนี้โปรโมชั่นแรงๆ ได้ถูกปล่อยออกมาดึงดูดผู้ซื้อไปมากแล้ว แต่ยังคงเชื่อว่าหมัดเด็ดส่งท้ายปี น่าจะยังคงมีออกมาให้เห็น ผู้ซื้อเองก็ถือเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาเช่นนี้ โดยเฉพาะปีนี้ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าหากใครมีความพร้อมและมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย การซื้อในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่น่าสนใจที่หาได้ไม่ง่ายนัก

 

อีก หนึ่งความพิเศษของการเป็นช่วงเวลาทองของการซื้อที่อยู่อาศัยไตรมาสสุดของปี นี้อีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นช่วงที่ใกล้จะสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ในส่วนของการลดค่าธรรมเนียมการโอน จากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดที่เป็นหลังใหม่ ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ด้วยปัจจัยทั้งหมดจึงถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ซื้อที่มีความพร้อมใน ช่วงนี้อย่างแท้จริง

 

สำหรับ ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปีนี้ที่ผ่านมา เป็นอย่างที่ทราบกันครับว่าได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง โดยข้อมูลจากการสำรวจของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่าตัวเลขยอดขายบ้านเดี่ยวในครึ่งปีแรก อุปทานเสนอขายรวมมีจำนวนทั้งสิ้น 14,082 ยูนิต ลดลง 8% อุปสงค์มีจำนวนทั้งสิ้น 5,115 ยูนิต ลดลง 4% คิดเป็นอัตราการขายเท่ากับ 36%  ขณะที่ทาวน์โฮมมีอุปทานเสนอขายรวมอยู่ที่ 31,211 ยูนิต ลดลง 6% ในขณะที่อุปสงค์มีจำนวนทั้งสิ้น 12,248 ยูนิต ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการขายเท่ากับ 39% และคอนโดมิเนียมมีอุปทานเสนอขายรวมลดลง 8% หรือมีจำนวนทั้งสิ้น 104,094 ยูนิต ในขณะที่อุปสงค์ลดลง 28% หรือเกิดขึ้นเพียง 17,074 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขายเท่ากับ 16% ถึงแม้ว่าภาพรวมจะปรับตัวลดลง หากแต่ในรายละเอียดนั้นพบว่าตลาดทาวน์โฮมถือว่าทรงตัวได้ดีสุด ส่วนหนึ่งเพราะตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นแต่ ยังไม่มีกำลังซื้อมากพอสำหรับบ้านเดี่ยวในทำเลที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมาก นัก

ส่วนแนว โน้มช่วงที่เหลือของปีนี้ พลัสฯ ยังคงมองว่า ภาวะการแข่งขันในตลาดแนวราบจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดระดับราคาปานกลางอย่างเช่นทาวน์โฮม เนื่องด้วยผู้ประกอบการเล็งเห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในขณะนี้มีทีท่าลด ลงตามภาวะเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าออกมาในราคาถูกลงเพื่อเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น ทำให้ช่วงปลายปีเราจะเห็นการนำเสนอสินค้าที่เจาะไปยังกลุ่มตลาดแนวราบมาก ขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เปลี่ยนใจจากคอนโดมิเนียมมาเป็นที่อยู่อาศัยแนว ราบเนื่องจากการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หลังจากการระบาดของโควิด–19 ประกอบกับโครงการพัฒนารถไฟฟ้าหลายเส้นทางที่จะเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นในช่วง ปลายปีซึ่งเชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวกขึ้น ทำให้ผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นภายใต้งบประมาณเท่าเดิม มีแนวโน้มจะสนใจทาวน์โฮมในทำเลที่ห่างออกไปเล็กน้อยเพราะมีราคาที่เข้าถึง ได้ง่ายกว่า

 

 

เว็บไซต์อ้างอิง : https://www.thansettakij.com/content/property/457362?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=property
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @FEASY

เรื่องน่าสนใจ